บทอาขยานระดับประถมศึกษา
บทอาขยานบทหลักในระดับประถมศึกษา ภาษาไทยนับว่าเป็นภาษาที่มีความโดดเด่นที่สุดภาษาหนึ่ง หลายอย่าง มีเสียงสูงเสียงต่ำเหมือนคลื่นดนตรี เกิดความไพเราะเสนาะหู ทำให้ได้รสของวรรณกรรม ที่บรรพบุรุษของเราได้ถ่ายทอดมาเป็นบทร้อยกรอง โดยเฉพาะบทอาขยานบทหลัก สมัยเรียนผู้เขียนชอบท่องมากและจำได้จนกระทั่งทุกวันนี้ นักเรียนทุกคนควรท่องจำบทประพันธ์เหล่านี้ให้ได้ ซึ่งบทประพันธ์เหล่านี้ให้ความเพลิดเพเลิน ได้อารมณ์ มีจินตนาการ ให้แง่คิด มีคุณค่าทางด้านวรรณศิลป์ เราในฐานะคนไทยควรที่จะสืบทอดต่อไป ให้รุ่นลูก รุ่นหลาน ได้รู้จัก ถ้าเราคนไทยไม่อนุรักษ์ไว้แล้ว เราจะให้ชน ชาติใด…….จะทำให้ชาติไทย ขอกราบขอบคุณครูบาอาจารย์ ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิทยาความรู้ทุกท่าน สาธุ กระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้นักเรียนทั่วประเทศท่องจำเหมือนกันบทเรียน มีดังนี้
- แมวเหมียวแยกเขี้ยวยิงฟัน
ผู้แต่ง: นายทัด เปรียญ แมวเอ๋ยแมวเหมียว รูปร่างประเปรียวเป็นนักหนา ร้องเรียกเหมียวเหมียวเดี๋ยวก็มา เคล้าแข้งเคล้าขาน่าเอ็นดู รู้จักเอารักเข้าต่อตั้ง ค่ำค่ำซ้ำนั่งระวังหนู ควรนับว่ามันกตัญญู พอดูอย่างไว้ใส่ใจเอย ฯ **************************
- รักเมืองไทย
- คนไทยนี้ดี เป็นพี่น้องกัน
เมืองไทยเมืองทอง เป็นของคนไทย คนไทยเข้มแข็ง ร่วมแรงร่วมใจ รักชาติยิ่งใหญ่ ไทยสามัคคี
- ธงไทยไตรรงค์ เป็นธงสามสี
ทั้งสามสิ่งนี้ เป็นที่บูชา สีแดงคือชาติ สีขาวศาสนา น้ำเงินงามตา พระมหากษัตริย์ไทย
- เรารักเพื่อนบ้าน ไม่รุกรานใคร
เมื่อยามมีภัย ร่วมใจป้องกัน เรารักท้องถิ่น ทำกินแบ่งปัน ถิ่นไทยเรานั้น ช่วยกันดูแล ************************
- เด็กน้อย
เด็กเอ๋ยเด็กน้อย ความรู้เรายังด้อยเร่งศึกษา เมื่อเติบใหญ่เราจะได้มีวิชา เป็นเครื่องหาเลี้ยงชีพสำหรับตน ได้ประโยชน์หลายสถานเพราะการเรียน จงพากเพียรไปเถิดจะเกิดผล ถึงลำบากตรากตรำก็จำทน เกิดเป็นคนควรหมั่นขยันเอย ฯ ************************************
- วิชาหนาเจ้า
เกิดมาเป็นคน หนังสือเป็นต้น วิชาหนาเจ้า ถ้าแม้นไม่รู้ อดสูอายเขา เพื่อนฝูงเยาะเย้า ว่าเง่าว่าโง่ บางคนเกิดมา ไม่รู้วิชา เคอะอยู่จนโต ไปเป็นข้าเขา เพราะเขาเง่าโง่ บ้างเป็นคนโซ เที่ยวขอก็มี ถ้ารู้วิชา ประเสริฐหนักหนา ชูหน้าราศี จะไปแห่งใด มีคนปราณี ยากไร้ไม่มี สวัสดีมงคล อย่าเกียจคร้าน การเรียน เร่งอุตสาห์ มีวิชา เหมือนมีทรัพย์ อยู่นับแสน จะตกถิ่น ฐานใด คงไม่แคลน ถึงคับแค้น ก็พอยัง ประทังตน อันความรู้ รู้กระจ่าง แต่อย่างเดียว แต่ให้เชี่ยว ชาญเถิด จะเกิดผล อาจจะชัก เชิดชู ฟูสกล ถึงคนจน พงศ์ไพร่ คงได้ดี เกิดเป็นชน ชาวสยาม ตามวิสัย หนังสือไทย ก็ไม่รู้ ดูบัดสี จะอับอาย ขายหน้า ทั้งตาปี ถึงผู้ดี ก็คงด้อย ถอยตระกูล จะต่ำเตี้ย เสียชื่อ ว่าโฉดช้า จะชักพา ลาภยศ ให้เสื่อมสูญ จะขายหน้า ญาติวงษ์ พงศ์ประยูร จะเพิ่มพูน ติฉิน คำนินทา หนึ่งหนังสือ หรือตำรับ ฉบับบท เป็นของล้วน ควรจด จำศึกษา บิดาปู่ สู้เสาะ สะสมมา หวังให้บุตร นัดดา ได้ร่ำเรียน จะได้ทราบ บาปบุญ ทั้งคุณโทษ ปะบุตรโฉด ต่ำช้า ไม่พาเหียร ให้สมดัง เจตนา ปู่ตาเพียร เนิ่นจำเนียร เพียรพลัด กระจัดกระจาย *****************************
- ปากเป็นเอก เลขเป็นโท หนังสือเป็นตรี ชั่วดีเป็นตรา
ปากเป็นเอกเหมือนเสกมนต์ให้คนเชื่อ ฉลาดเหลือวาจาปรีชาฉาน จะกล่าวถ้อยร้อยคำไม่รำคาญ เป็นรากฐานเทิดตนพ้นลำเค็ญ เลขเป็นโทโบราณท่านสั่งสอน เร่งสังวรเวี่ยไว้ใช่ว่าเล่น การคำนวณควรชำนาญคูณหารเป็น ช่วยให้เด่นดีนักหนารู้ท่าคน หนังสือเป็นตรีวิชาปัญญาเลิศ เรียนไปเถิดรู้ไว้ไม่ไร้ผล ยามยากแสนแค้นคับไม่อับจน ได้เลี้ยงตนด้วยวิชาหาทรัพย์ทวี ชั่วดีเป็นตราประทับไว้กับโลก ยามวิโยคชีพยับลับร่างหนี ที่ศูนย์แท้ก็แต่ตัวส่วนชั่วดี คงเป็นที่ลือทั่วชั่วฟ้าดิน ของท่านผู้หญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา จาก บทประพันธ์อธิบายสุภาษิต ***************
- พฤษภกาสร
๏ ๏ กฤษณาสอนน้อง ๏ ๏ ของ – สมเด็จกรมพระยาปรมานุชิตชิโนรส ๏ พฤษภกาสร……………………….อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง…………………….สำคัญหมายในกายมี ๏ นรชาติวางวาย……………………มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี………………………ประดับไว้ในโลกา *********************************
-
สยามานุสสติ
๏ ๏ สยามานุสติ ๏ ๏ พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๖ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ๏ ใครรานใครรุกด้าว……………แดนไทย ไทยรบจนสุดใจ…………………..ขาดดิ้น เสียเนื้อเลือดหลั่งไหล…………….ยอมสละ สิ้นแล เสียชีพไป่เสียสิ้น………………….ชื่อก้องเกียรติงาม ๏ หากสยามยังอยู่ยั้ง……………..ยืนยง เราก็เหมือนอยู่คง………………….ชีพด้วย หากสยามพินาศลง………………..ไทยอยู่ ได้ฤๅ เราก็เหมือนมอดม้วย………………หมดสิ้นสกุลไทย *********************************
- ตนเป็นที่พึ่งแก่ตน
เราเกิดมาทั้งทีชีวิตหนึ่ง อย่าหมายพึ่งผู้ใดให้เขาหยัน ควรคะนึงพึ่งตนทนกัดฟัน คิดบากบั่นตั้งหน้ามานะนำ กสิกิจพณิชยการงานมีเกียรติ อย่าหยามเหยียดพาลหาว่างานต่ำ หรือจะชอบวิชาอุตสาหกรรม เชิญเลือกทำตามถนัดอย่าผลัดวัน เอาดวงใจเป็นทุนหนุนนำหน้า เอาปัญญาเป็นแรงมุ่งแข่งขัน เอาความเพียรเป็นยานประสานกัน ผลจะบรรลุสู่ประตูชัย เงินและทองกองอยู่ประตูหน้า คอยเปิดอ้ายิ้มรับไม่ขับไส ทรัพย์ในดินสินในน้ำออกคล่ำไป แหลมทองไทยพร้อมจะช่วยอำนวยเอย *********************************
- ผู้ชนะ
บุญเสริม แก้วพรหม เมื่อทำการสิ่งใดด้วยใจรัก…………………………..ถึงงานหนักก็เบาลงแล้วครึ่งหนึ่ง ด้วยใจรักเป็นแรงที่เร้ารึง……………………………ให้มุ่งมั่นฝันถึงซึ่งปลายทาง เมื่อทำการสิ่งใดใจบากบั่น………………………….ไม่ไหวหวั่นอุปสรรคเป็นขวากขวาง ถึงเหนื่อยยากพากเพียรไม่ละวาง………………….งานทุกอย่างเสร็จเพราะกล้าพยายาม เมื่อทำการสิ่งใดใจจดจ่อ……………………………คอยเติมต่อตั้งจิตไม่คิดขาม ทำด้วยใจเป็นชีวิตคอยติดตาม……………………..บังเกิดผลงอกงามตามต้องการ เมื่อทำการสิ่งใดใคร่ครวญคิด………………………เห็นถูกผิดแก้ไขให้พ้นผ่าน ใช้สมองตรองตริคิดพิจารณ์………………………..ปรากฎงานก้าวไกลไม่ลำเค็ญ ความสำเร็จจะว่าใกล้ก็ใช่ที่…………………………จะว่าไกลฤาก็มีอยู่ให้เห็น ถ้าจริงจังตั้งใจไม่ยากเย็น…………………………..แล้วจะเป็นผู้ชนะตลอดกาล ของ เพิ่ม สวัสดิ์วรรณกิจ จาก บทประพันธ์อธิบายสุภาษิต *********************************
- วิชาเหมือนสินค้า
วิชาเหมือนสินค้า………………………….. อันมีค่าอยู่เมืองไกล ต้องยากลำบากไป………………………….. จึงจะได้สินค้ามา จงตั้งเอากายเจ้า………………………………. เป็นสำเภาอันโสภา ความเพียรเป็นโยธา………………………… แขนซ้ายขวาเป็นเสาใบ นิ้วเป็นสายระนาง………………………….. สองเท้าต่างสมอใหญ่ ปากเป็นนายงานไป………………………….. อัชฌาสัยเป็นเสบียง สติเป็นหางเสือ…………………………………. ถือท้ายเรือไว้ให้เที่ยง ถือไว้อย่าให้เอียง……………………………….ตัดแล่นเลี่ยงข้ามคงคา ปัญญาเป็นกล้องแก้ว………………………….. ส่องดูแถวแนวหินผา เจ้าจงเอาหูตา……………………………………….. เป็นล้าต้าฟังดูลม ขึ้เกียจคือปลาร้าย………………………………… จะทำลายให้เรือจม เอาใจเป็นปืนคม……………………………………. ยิงระดมให้จมไป จึงจะได้สินค้ามา………………………………….. คือวิชาอันพิสมัย จงหมั่นมั่นหมายใจ………………………………… อย่าได้คร้านการวิชา . *********************************
- ผู้รู้ดีเป็นผู้เจริญ
ผู้แต่ง: พระยาอุปกิตศิลปสาร (โคลงนำ โคลงสี่สุภาพ) ๏ มวลมนุษย์ผู้เปรื่อง…………………………… ปรีชา เชี่ยวแฮ เพราะใคร่ใฝ่ศึกษา…………………………… สิ่งรู้ รู้กิจผิดชอบหา …………………………… เหตุสอด ส่องนา นี่แหละบุคคลผู้ …………………………… เพียบด้วยความเจริญ (กาพย์ยานี ๑๑) มวลผู้ชูปรีชา …………………………… เสาะวิทยาไม่ห่างเหิน ผิดชอบกอบไม่เกิน …………………………… รู้ดำเนินตามเหตุผล ชื่อว่าปรีชาดี …………………………… ผิดชอบมีพิจารณ์ยล ผู้นั้นจักพลันดล…………………………… พิพัฒน์พ้นจักพรรณนา ควรเราผู้เยาว์วัย…………………………… จงใฝ่ใจการศึกษา อบรมบ่มวิทยา …………………………… ปรุงปรีชาให้เชี่ยวชาญ ขั้นนี้จักชี้ว่า …………………………… มีปัญญาไม่สมฐาน ต้องหัดดัดสันดาน …………………………… กอบวิจารณ์ใช้ปัญญา สังเกตตามเหตุผล …………………………… ผิดชอบยลด้วยปรีชา ดังนี้จึงชี้ว่า…………………………… มีปัญญาอย่างเพียบเพ็ญ มีดพร้าถาหินให้ …………………………… มีดคมได้มิยากเย็น ถ้าใช้มีดไม่เป็น …………………………… ฟันคนเล่นโทษมหันต์ เมื่อใดใช้มีดเป็น …………………………… กอบกิจเห็นคุณอนันต์ ปัญญากล่าวมานั้น …………………………… เปรียบได้กันกับศัสตรา *********************************
- เป็นมนุษย์หรือเป็นคน
เป็นมนุษย์ เป็นได้ เพราะใจสูง เหมือนหนึ่งยูง มีดี ที่แววขน ถ้าใจต่ำ เป็นได้ แต่เพียงคน ย่อมเสียที ที่ตน ได้เกิดมา ใจสะอาด ใจสว่าง ใจสงบ ถ้ามีครบ ควรเรียก มนุสสา เพราะทำถูก พูดถูก ทุกเวลา เปรมปรีดา คืนวัน ศุขสันติ์จริง ใจสกปรก มึดมัว และร้อนเร่า ใครมีเข้า ควรเรียก ว่าผีสิง เพราะพูดผิด ทำผิด จิตประวิง แต่ในสิ่ง นำตัว กลั้วอบาย คิดดูเถิด ถ้าใครไม่อยากตก จงรีบยก ใจตน รีบขวนขวาย ให้ใจสูง เสียได้ ก่อนตัวตาย ก็สมหมาย ที่เกิดมา อย่าเชือนเอยฯ พุทธทาสภิกขุ.
หากคุณเหนื่อยนักหยุดพักคลิกเล่นเกมส์พักสมองประลองปัญญา คลายเครียดกันนะครับ